Bizclub

ชีวิตคือ "การลงทุน" ฉบับคุณ บัณฑิต อึ้งรังษี


















Conduct the Dreams

บัณฑิตเคยได้รับเชิญไปอำนวยเพลงให้กับวงออร์เคสตร้าที่มีชื่อเสียงทั่วโลกรวมแล้วมากกว่า 400 คอนเสิร์ต ได้ทำงานร่วมกับศิลปินชั้นนำของโลก และเคยทำงานให้กับวง New York Philharmonic และ วง Charleston Symphony Orchestra รวมทั้งยังเป็น Principal Guest Conductor ของ Seoul Philharmonic Orchestra ประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้น


ขณะที่ปัจจุบัน เขายังคงเดินทางไปกำกับวงออร์เคสตร้าในหลายประเทศทั่วโลก บางช่วงยังแบ่งเวลาให้กับการเขียนหนังสือ และเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้กับกลุ่มคนต่างๆ รวมถึงยังมีผลงานการอัดเสียงเพื่อจัดทำอัลบั้มร่วมกับวงออร์เคสตร้าระดับโลก


ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ในสายตาของบัณฑิตไม่ใช่เพียงเพราะคำว่า “โชคดี” แต่เกิดจากความมุ่งมั่น เตรียมพร้อม และรู้จักขวนขวายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ลำดับถัดจากนั้นจึงเป็นเรื่องของการแสวงหาโอกาสควบคู่กันไป


กว่าที่บัณฑิตจะได้รับการยอมรับระดับนี้เขาต้องใช้เวลานานพอสมควร และยิ่งเป็นคนเอเชียด้วยแล้วยิ่งเหมือนมีปมด้อยในแง่การได้รับการยอมรับ เพราะดนตรีคลาสสิกถือกำเนิดจากโลกตะวันตก


“คนตะวันตกยอมรับเรื่องฝีมือ ถ้ามีการแข่งขันส่วนใหญ่ผมจะชนะด้วยฝีมือล้วนๆ แต่บางครั้งก็มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ถ้ามีการเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองที่ไม่มีคนเอเชียอาศัยอยู่ ถ้าเลือกเราเป็นคอนดักเตอร์ก็จะมีผลต่อการขายตั๋ว เพราะคอนดักเตอร์เป็นหน้าตาของวง”



พูดง่ายๆ ถ้าบัณฑิตแข่งขันกับคู่แข่งชาวตะวันตกและมีฝีมือไม่แตกต่างกัน ฝ่ายแรกจะเป็นผู้แพ้ ดังนั้นถ้าเขาต้องการชนะต้องเก่งกว่าเท่านั้น “สาขาอาชีพนี้ผมต่อสู้มาตลอด ถ้าไม่ผลักดันตัวเองและฝีมือไม่ต่างไปจากต่างชาติ โอกาสถอยหลังมีมาก ซึ่งถ้ามองเชิงการแข่งขันถือว่าโหดเหี้ยมมาก เพราะนักดนตรีมีมากแต่งานที่จะเล่นมีน้อย”


ดังนั้น กว่าที่บัณฑิตจะได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นวาทยกรรุ่นใหม่คนหนึ่งของโลกไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ต้องมีครบทั้งพรสวรรค์ ความสามารถ มีใจรักและความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา


คำพูดที่บัณฑิตมักกล่าวติดปากเสมอและน่าจะเป็นเคล็ดลับความสำเร็จที่ผลักดันให้เขาเกิดพลังใจและพลังกายในการก้าวไปถึงฝัน นั่นคือ “มนุษย์ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาตนเองได้”และ“มนุษย์มีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด”


ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของความฝันกับ “วาทยกรระดับโลก” ซึ่งดูแล้วเป็นอาชีพที่น้อยคนนักจะนึกหรือใฝ่ฝันถึง แต่สำหรับบัณฑิตในวัย 18 ปีซึ่งรักและเล่นดนตรีคลาสสิคอยู่เป็นพื้นฐาน กระทั่งมีโอกาสได้ชมคอนเสิร์ตซึ่ง Conduct โดย “สุบิน เมธา” (Zubin Mehta) วาทยกรมือเอกคนหนึ่งของโลกชาวอินเดีย กับวง New York Philharmonic เขาจึงตัดสินใจทันทีว่านี่คือสิ่งที่ตนค้นหา และต้องทำให้ประสบความสำเร็จในระดับโลกให้ได้


“ความรู้สึกของเราตอนที่ได้ดูสุบิน เมธา กำกับวงอยู่ในขณะนั้นมันน่าอัศจรรย์มาก เพราะเขามาจากประเทศที่ขณะนั้นถูกมองว่าเป็นโลกที่สาม แต่ภาพที่เขายืนกำกับวงออร์เคสตร้าที่เล่นโดยชาวตะวันตกกว่า 100 ชีวิต ทุกคนต้องเชื่อฟังเขา ตอนนั้นผมคิดเลยว่าถ้าสุบินทำได้ ผมในฐานะคนไทยก็ต้องทำได้และต้องเป็นที่หนึ่งของโลกด้วย” บัณฑิต กล่าว


ปัจจุบันหลายคนยังคงสงสัยว่า วาทยกรทำงานอย่างไร? และมีความสำคัญอย่างไรกับวงออร์เคสตร้า บัณฑิตกล่าวว่าเขาเองก็เคยมีความสงสัยเช่นกัน และสุดท้ายก็ได้ค้นพบว่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ เป็นงานที่ต้องใช้สมองมากกว่าที่คิด ส่วนท่วงท่าการ Conduct นั้นเป็นเรื่องเปลือกนอกที่เทียบได้เพียง 2% ของงานเท่านั้น


เขาเล่าว่าตำแหน่งวาทยกรคือการยืนอยู่ด้านหน้าของวงดนตรีขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยผู้เล่นที่มากฝีมือและเครื่องดนตรีนับร้อยชิ้น หน้าที่นี้จึงเปรียบได้กับการเป็น “ผู้กำกับภาพยนตร์” ในขณะที่ผู้กำกับภาพยนตร์ต้องศึกษาบทภาพยนตร์ ความสัมพันธ์ของตัวละคร การดำเนินเรื่อง และฉาก คล้ายกับวาทยกรที่ทำหน้าที่คุมเสียง ซึ่งต้องศึกษาทุกตัวโน้ตของวงออร์เคสตร้า เครื่องดนตรี ผู้เล่น โดยข้อมูลทั้งหมดจะต้องจำอยู่ในสมองและหู และต้องจินตนาการให้ออกว่าเมื่อนำทุกส่วนมารวมกันแล้วจะสร้างสรรค์ดนตรีออกมาในรูปแบบใด


เมื่อจินตนาการได้แล้ว งานหนึ่งที่สำคัญมากก็คือการซ้อมวงก่อนแสดงจริง แม้แต่วงระดับมืออาชีพก็จะต้องซ้อมร่วมกัน 5 – 6 ครั้ง ครั้งละประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนขึ้นการแสดงจริง และในช่วงนี้วาทยกรจะต้องทำหน้าที่แนะนำและชี้ให้ทั้งวงเห็นว่าต้องจัดสมดุลแบบใดเพื่อให้แสดงออกมาได้ดีที่สุด เป็นจุดที่ยากและต้องอาศัยประสบการณ์สูง


“วาทยกรแต่ละคนสามารถทำให้วงออร์เคสตร้าสื่ออารมณ์ของเพลงออกมาได้แตกต่างกัน” บัณฑิตกล่าวว่านี่คือเรื่องมหัศจรรย์สำหรับอาชีพวาทยกร ซึ่งเกิดจากทักษะด้าน Body Language ซึ่งแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน และแสดงให้เห็นภาวะผู้นำของแต่ละคน


“ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า หาก Conductor ผู้หนึ่งอ่อนประสบการณ์ และต้องไปยืนข้างหน้านักดนตรีที่มากประสบการณ์กว่า ท่าทางที่แสดงออกแบบกล้าๆ กลัวๆ ไม่มั่นใจในตนเอง สั่งแบบไม่มีพลัง นักดนตรีทั้งวงจะสัมผัสได้ทันทีว่าผู้นำคนนี้ไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่าทำตาม ดังนั้นเสียงที่เล่นออกมาก็จะครึ่งๆ กลางๆ เหมือนกัน นี่คือวาทยกรแบบ “แมว” แต่ถ้าคุณขึ้นไปแบบ “เสือ” เสียงที่ออกมาจะแน่น มีพลัง” บัณฑิต กล่าว


ลงทุนชีวิตอย่างไร? ให้เป็น World Class

“ฝันสูงสุดของผมคือการเป็น The Top Man in the World ผมต้องการเป็นผู้รู้และชำนาญในศาสตร์ Conducting มากที่สุดของโลก สิ่งนี้ทำให้ผมมุ่งมั่นและต้องลงทุนไปกับความฝันนี้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนให้กับ การศึกษา และ เวลา”

เมื่อตั้งเป้าหมายของชีวิตได้ชัดเจน เขาตัดสินใจที่จะทุ่มเทเวลาให้กับการไล่ตามความฝันอย่างเต็มที่เพราะตระหนักดีว่าเป็นเป้าหมายที่ใหญ่และยากยิ่ง ดังนั้นชีวิตส่วนตัวที่เคยได้เดินเที่ยวตามศูนย์การค้า พักผ่อนดูหนัง รวมถึงการเล่นกีตาร์คลาสสิคซึ่งในขณะนั้นถือว่ามีฝีมือพอตัวและเคยประกวดการแข่งขันบนเวทีนานาชาติมาแล้ว เขากลับต้องปรับเปลี่ยนเวลาของชีวิตไปโฟกัสให้กับการฝึกซ้อมเพื่อเป็นวาทยกรกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน


“เส้นตายคืออายุ 35 ปี ตอนนั้นคิดไว้ว่าหากยังไม่ประสบความสำเร็จก็จะเลิก เพราะผมมองว่าในชีวิตคนเราหากทุ่มเทไปในเรื่องใดก็ตามแต่ไม่มีผลตอบรับกลับมาเลยก็ดูจะเสียเปล่า ถ้าอย่างนั้นผมอยู่เมืองไทยทำงานที่บริษัทของพ่อก็ดูจะสบายกว่าเพราะไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนมาก” บัณฑิต กล่าว


เพื่อให้ก้าวสู่การเป็น The Top Man in the World ตามความฝัน “การศึกษาที่ดีที่สุด” เป็นเรื่องที่เขาให้ความสำคัญเพื่อให้สามารถกลั่นกรองความรู้และขับเคลื่อนออกมาเป็นทักษะที่ดีที่สุด ดังนั้นหลังจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) เขาจึงเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเลือกศึกษาปริญญาตรี 2 สาขาควบคู่กันไป ทั้งด้านดนตรี และบริหารธุรกิจ จากนั้นยังได้เดินทางไปศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาโท (เอกการอำนวยเพลง) ที่ University of Michigan สหรัฐอเมริกา และยังได้ศึกษาเพิ่มเติมยังประเทศอิตาลี ออสเตรีย รัสเซีย เยอรมนี และ ฟินแลนด์ รวมถึงได้รับคัดเลือกให้เข้าศึกษาเป็นพิเศษกับวาทยกรระดับโลกอีกด้วย


“ผมรู้ตัวว่ายังมีทักษะไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับต่างชาติ สิ่งที่ทำได้ในช่วงแรกก็คือการเตรียมความพร้อมอย่างหนัก ใช้เวลาวันละประมาณ 13 – 15 ชั่วโมงเพื่อศึกษาศาสตร์ Conductor และดนตรีตะวันตกทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ การวิเคราะห์บทเพลง และภาษาซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้อย่างน้อย 4 – 5 ภาษาเพราะต้องทำงานกับนักดนตรีซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตก แม้แต่การทำงานพิเศษผมก็ต้องเลือกงานที่เกี่ยวข้องกับดนตรีคลาสสิคเพื่อให้ได้ฝึกฝนตนเองอยู่ตลอดเวลา”


แต่ใช่ว่าเส้นทางของวาทยกรไทยผู้นี้จะราบรื่น แม้แต่ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเกินร้อยเช่นเขาก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่และบางครั้งก็อยู่นอกเหนือจากการคาดการณ์


“เรื่องแรกคือ การเอาชนะตัวเอง” ในที่นี้คือการสร้างและฝึกฝนให้ตนเองมีวินัย มีความพยายาม ต้องเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับการไปใช้ชีวิตเมืองนอกเพราะอาชีพนี้ในเมืองไทยยังไม่เป็นที่นิยม และอีกเรื่องที่ไม่คาดคิดและต้องฝ่าฟันมาอย่างยากลำบาก นั่นคือ การสร้างการยอมรับในฐานะ Conductor ชาวเอเชีย


“ในอเมริกา แต่ละรัฐจะมีวงออร์เคสตร้าอยู่หนึ่งวงเท่านั้น ดังนั้นการเลือก Conductor เป็นชาวเอเชียซึ่งเป็นตำแหน่งที่เป็นหน้าตาของวงนั้นจึงต้องคิดกันหนัก แม้ Conductor คนนั้นจะเก่งแค่ไหนก็ตาม นี่เป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ ก็ต้องฝ่าฟันเอาชนะกันมาด้วยทักษะล้วนๆ และการสร้างชื่อจากการเข้าประกวดด้วย”


ในมุมการลงทุนของชีวิต บัณฑิตทิ้งท้ายว่าตลอดเวลาแห่งการไล่ตามความฝัน เขายังมีผู้ร่วมลงทุนที่สำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือ “ครอบครัว” ที่อนุญาตให้เขาได้ศึกษาในศาสตร์ที่รัก ให้ความช่วยเหลือทั้งค่าใช้จ่ายในการศึกษา รวมถึงให้กำลังใจ ซึ่งกลายเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญที่ทำให้เขาก้าวมายืนอยู่ ณ จุดนี้


อีกก้าวสำคัญเพื่อสร้าง Big Impact

ความโดดเด่นของบัณฑิตที่แสดงออกมาให้เห็นเด่นชัด คือการเป็นคนกล้าฝัน แม้ในวันนี้เขาจะก้าวถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้แล้ว ทว่าวาทยกรผู้นี้ยังคงมีฝันที่ต่อยอดออกไปอีกหลากหลายแขนง เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับ Big Impact อีกครั้ง


ปัจจุบัน บัณฑิต อึ้งรังษี แต่งงานกับ แมรี่ อึ้งรังษี นักร้องเพลงแจ๊สมืออาชีพชาวอเมริกันและมีบุตรสาว 3 คน ดังนั้นในมุมชีวิตส่วนตัวเขาจึงต้องการให้ความสำคัญกับครอบครัว ควบคู่ไปกับการทำงานซึ่งยังคงต้องเดินทางไปในหลายประเทศทั่วโลก


“ชีวิตส่วนตัวผมต้องการบาลานซ์เวลาให้กับครอบครัวอย่างดีที่สุด ตอนนี้ผมมีลูกสาว 3 คน กำลังน่ารักทั้งหมดเลยซึ่งผมเองก็อยากที่จะได้อยู่ใกล้ชิดคอยดูแลลูกมากขึ้น ตอนนี้ก็เลยย้ายครอบครัวกลับมาอยู่ที่ไทยเพราะเป็นสังคมที่ผมว่าดีที่สุด ที่สำคัญมีคุณปู่คุณย่าช่วยดูแลลูก ขณะที่ตัวผมเองก็ใช้กรุงเทพเป็นศูนย์กลางในการทำงานซึ่งก็สามารถเดินทางไปทำงานได้หมดทั้งยุโรปและแถบเอเชีย รวมถึงมีแผนจะทำโครงการอีกหลายอย่างทั้งสำหรับตัวเอง และสำหรับประเทศด้วย”


บัณฑิตกล่าวว่าในวันนี้เขายังต้องการสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น และต้องการ Conduct ให้มากขึ้นเพื่อพัฒนาตนเอง เขาเคยฝันที่จะเปิดคอนเสิร์ต ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จัดงานที่ Stadium ขนาดใหญ่ มีวงออร์เคสตร้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกและผู้ชมระดับหมื่นคนขึ้นไป โดยมีวาทยกรชาวไทยเช่นเขาเป็นผู้ Conduct


ขณะเดียวกัน เขายังหมายมั่นปั้นมือที่จะสร้าง Conductor / วาทยกรรุ่นใหม่ของไทยเพื่อเป็นตัวแทนประเทศในระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นที่มาของการเขียนหนังสือ โดยมีผลงานเล่มล่าสุดออกมาคือ World Class: สร้างคนไทยไประดับโลก ที่เขาต้องการถ่ายทอดความคิด ทักษะ และให้แรงบันดาลใจเพื่อผลักดันให้ตนเองก้าวไปเป็นอันดับหนึ่งของโลกให้กับคนรุ่นใหม่


“คนไทยส่วนมากมักคิดไปเองว่าต่างชาติจะต้องเก่งกว่าเราซึ่งไม่ใช่ความจริงเลย ผมเองพิสูจน์มาแล้วจากประสบการณ์ตรง น่าเสียดายมากสำหรับความคิดเช่นนี้เพราะมันจะทำให้เราตีกรอบศักยภาพของตนเอง หนังสือเล่มนี้ผมต้องการให้ทุกคนกลับมามีความมั่นใจ และเชื่อมั่นว่าเราก็เป็นที่หนึ่งได้” บัณฑิต กล่าว


ต่อเนื่องจากการเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ อีกหนึ่งโปรเจคท์ที่น่าสนใจและมีแผนจะดำเนินการในเร็วๆ นี้ก็คือการทำ เรียลลิตี้โชว์ คลาสสิคัล มิวสิค เป็นรายการแรกของโลก ภายใต้ความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งเพื่อสร้างวงออร์เคสตร้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อลบภาพที่หลายคนมองว่าดนตรีคลาสสิคเป็นดนตรีสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีเยาวชนไทยและวัยรุ่นไทยจำนวนไม่น้อยที่มีความสามารถในศาสตร์แขนงนี้ รายการนี้จึงจะเป็นเวทีเพื่อให้ทุกคนได้มาแสดงความสามารถและถูกปั้นให้โดดเด่นเป็นที่รู้จัก โดยจะไปติดตามการฝึกซ้อมและการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน มีการสอบแข่งขันในรอบต่างๆ และปิดท้ายด้วยการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ด้วยวงออร์เคสตร้าวงนี้


“ผมยังมีโปรเจคท์อีกหลายอย่างในหัว ทั้งการทำโครงการที่เปิดให้ผู้บริหารมาเรียนเป็น Conductor เพื่อเปิดมุมมองด้านการเป็นผู้นำองค์กรโดยใช้วงออร์เคสตร้าเป็นโมเดล รวมถึงแผนระยะยาวที่ฝันอยากจะเปิดโรงเรียนสอนดนตรีเพื่อปูพื้นฐานที่ดีให้กับเด็กไทยด้วย แต่ในระยะสั้นนี้ ผมยังคงมุ่งที่จะสร้างสรรค์งานที่มี Impact ระดับโลกเป็นหลัก นี่คือฝันอีกก้าวหนึ่งของผม”...


ย้อนกลับไปในเส้นทางชีวิตของบัณฑิต นับจากวินาทีแรกที่เขาตัดสินใจว่าต้องเป็นที่หนึ่งของศาสตร์ Conducting สู่วินาทีแห่งความภาคภูมิใจในฐานะวาทยกรไทยคนแรกที่ก้าวสู่ระดับ World Class เมื่อรวบรวมเอาทุกวินาทีแห่งชีวิตมาไว้ด้วยกัน จะเห็นว่าทุกแง่มุมเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ที่เกิดจากการลงทุนทั้งพลังใจ พลังกาย และพลังสมองอย่างเต็มที่


บัณฑิตให้แง่คิดกับทุกคนว่า สุดท้ายแล้วชีวิตของคนเราจะมีความสุขหรือไม่ อยู่ที่การได้ค้นพบสิ่งที่รัก หรือ Real Dream เช่นตัวเขาในวันนี้ ที่ค้นพบและได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนกลับมาแล้วทั้งในรูปของชื่อเสียง และการยอมรับระดับโลก ความฝันที่เป็นจริงนี้ได้ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่คุ้มค่าให้กับตัวเขาและครอบครัวด้วย


เรียบเรียงจาก Wealth Management: Main Story ชีวิตคือการลงทุน โดยจิราพร เพ็งจันทร์ นิตยสาร Money and Wealth ฉบับเดือนมิถุนายน 2551

0 Comments:

Post a Comment