Key Success Factor องค์ประกอบของคนสำเร็จ
จากผลวิจัยของคนที่ประสบความสำเร็จเป็นร้อยๆ คน
จากผลวิจัยของคนที่ประสบความสำเร็จเป็นร้อยๆ คน
ในเวลาสิบปีนั้น เขาบอกว่ามีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่าง
อันดับแรก...คุณจะต้องมีเป้าหมาย
สิ่งที่คุณทำนั้นจะต้องมีความหมายลึกลงไปในจิตใจของคุณ
มีอยู่คนหนึ่งเขาเป็นซีอีโอของ Wipro ซึ่งดังมากในอินเดีย
มีอยู่คนหนึ่งเขาเป็นซีอีโอของ Wipro ซึ่งดังมากในอินเดีย
เขาบอกว่าความสำเร็จก็คือ
การสร้างสัมพันธภาพที่ยืนยงคงกระพัน และก็สนองผู้อื่น
(Success is about Building Lasting Relationship and Serving Other)
...Secret Life of Goal หรือ "ชีวิตลับของเป้าหมาย"
นั่นคือเป้าหมายโดยตัวของมันเองนั้นมีชีวิตด้วยเหมือนกัน...
การตั้งเป้าหมายนั้นมีความสำคัญมาก
การตั้งเป้าหมายในชีวิตเปรียบเสมือนการผจญภัย
เราไม่มีทางทราบหรอกว่า
เป้าหมายที่เราตั้งไว้นั้น...เราจะสามารถไปถึงได้รึเปล่า?
เราไม่มีทางทราบหรอกว่า
เราไม่มีทางทราบหรอกว่า
ระหว่างการเดินทางจะเจออะไร และต้องเปลี่ยนเส้นทางกี่ครั้ง
เวลาเราตั้งเป้าหมายแล้วเราไม่เป็นตัวของตัวเอง...
เป้าหมายนั้นก็มิใช่เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตคุณ
เราชอบไปดูความสำเร็จของคนอื่น ไปเลียนแบบความสำเร็จของคนอื่น
อยากรวย อยากเด่น อยากดัง แต่จริงๆ แล้ว
ตัวตนจริงๆ ของคุณอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้น
คุณอาจจะเป็นคนสมถะ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่
คุณอาจจะเป็นคนสมถะ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่
คุณไม่อาจจะไปเอาคุณทักษิณ คุณธนินท์ คุณเจริญ ฯลฯ มาเป็นต้นแบบ
แล้วเอาเป้าหมายของเขามาเป็นเป้าหมายของตัวเอง
...ซึ่งไม่ใช่ ไม่อยากให้คุณเป็นแบบนั้น
ฝันให้ไกล ไปให้ถึง เป้าหมายที่เราตั้งไว้ เราต้องไปให้ถึง
แต่ถ้าเป้านั้นไกลเกินเอื้อมก็จะทำให้คุณไม่พึงพอใจในชีวิตเลย
เพราะว่าเป้าหมายโดยตัวของมันเองนั้นสามารถที่จะสั่งการความสำเร็จได้...
...บางทีเราตั้งเป้าหมายโดยที่ตั้งเพื่อคนอื่น เช่น
พื่อพ่อแม่ เพื่อวงศ์ตระกูล ไม่ใช่เพื่อตัวเรา
แต่เป้าหมายควรจะตั้งขึ้นเพื่อตัวเรา
ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งหนึ่งที่สำคัญ เป้าหมายนั้นก็ควรจะเพื่อสังคมที่คุณอยู่ด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นเป้าหมายที่ตั้งขึ้นเพื่อตัวคุณเองเท่านั้น สังคมสิ่งแวดล้อมจะเป็นอย่างไร...ไม่สนใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอำนาจ วาสนา เป้าของคุณจะต้องแคร์สังคมด้วยเป็น Green Goal
ไม่ใช่ว่าคุณประสบความสำเร็จแต่ผลนั้นก็ตามมาด้วยการที่คนอื่นนั้นต้องพังทลายไป
ยกตัวอย่าง แจ็ค เวลช์ เวลาที่พูด ถึงแจ็ค เวลช์ คนเขาก็จะเบื่อกันมาก
เพราะว่าพูดถึงแต่ความสำเร็จในรอบ 20 ปีของเขา
...แต่ก็มีสิ่งหนึ่งทีต้องนึกถึงเขาก็คือ เขาพูดถึงกลยุทธ์การตั้งเป้าหมายไว้ว่า
"จะต้องเป็นที่ 1 หรือที่ 2 ในธุรกิจที่จะเข้าไป ถ้าไม่ได้จะต้องขายเลย"
...ในตอนหลังเขาก็ตั้งคำถามกับแนวคิดนี้เหมือนกันว่า
"จำเป็นหรือไม่ที่เอาส่วนแบ่งการตลาดเป็นตัวตั้ง..."
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นมาจากการที่เขาถูกยั่วยุ (Provoke)
เหตุการณ์มีอยู่ว่า..บริษัท GE นั้นเขาจะมีคนที่มาเยี่ยมชมตลอด
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งมีนายพลทหารอาวุโสได้รับเชิญมาที่ศูนย์ฝึกอบรมของจีอี
หนึ่งในบรรดานายพลเหล่านั้น เขาได้ยืนกรานว่า เป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดซึ่งต้องเป็นที่ 1 หรือที่ 2 ในทุกๆ ธุรกิจที่จีอีเข้าไปนั้นเป็นข้ออ้างที่จะทำให้บริษัทจีอีออกมาจากตลาดนั้นได้ง่าย
แจ็ค เวลช์ ได้ยินอย่างนี้ก็ช็อกเลย
นายทหารคนนั้นก็ยังบอกอีกว่า...
"ใครก็แล้วแต่ ถ้ามีความคิดสร้างสรรค์หน่อยจะรู้วิธีการนิยามตลาด
เพื่อจะให้ตัวเองได้เป็นที่หนึ่งได้"
(Anyone with a little creativity could describe the market so narrowly that you could become No.1)
นั่นก็คือคุณรู้จักวิธีแยก (Segment) ตลาดให้มันเล็กลง...เราก็เป็นที่หนึ่งได้แล้ว
ยกตัวอย่าง เช่น เราจะเป็นที่หนึ่งในการผลิตเก้าอี้ที่มีที่วางแขนเป็นรูปโค้ง หรือเบาะที่ทำจากหนังกระต่ายซึ่งเหล่านี้เป็นเรื่องหยุมหยิม และเป็นเรื่องของการนิยามให้มันแคบลง...
...แจ็ค เวลช์ ก็เลยบอกว่า "ผมก็รู้ทันทีว่าคุณจะกำหนดเกมในระบบนั้นอย่างไร"
(I suddenly to see how you could game that system)
เป็นที่ยอมรับกันเลยว่าแนวความคิดที่บอกว่า การที่เป็นที่ 1 หรือที่ 2 ในเรื่องของมาร์เก็ตแชร์ในธุรกิจที่เข้าไปก็เพื่อต้องการที่จะออกจากอุตสาหกรรมได้ง่ายนั้น ความคิดนี้ได้ตีเข้าแสกหน้าของ แจ็ค เวลช์ เข้าอย่างจัง


0 Comments:
Post a Comment